สวัสดิการถ้วนหน้า 2.0: ดูแลครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงวัยเกษียณ

สวัสดิการถ้วนหน้า 2.0: ดูแลครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงวัยเกษียณ

การเปลี่ยนระบบสวัสดิการจากแบบ "เลือกปฏิบัติ" มาเป็นแบบ "ถ้วนหน้า" (Universal Welfare) ช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการภาครัฐในการคัดกรองสิทธิ์ได้มหาศาล และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ดีกว่า เนื่องจากเงินจะถูกหมุนเวียนผ่านการบริโภคสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันทันที

สวัสดิการถ้วนหน้า 2.0: ดูแลครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่ครรภ์มารดาถึงวัยเกษียณ

ทำไมต้องแก้ปัญหา (Why)

ระบบสวัสดิการปัจจุบันยังมีลักษณะเป็นแบบ "สงเคราะห์" ที่ต้องลงทะเบียนและพิสูจน์สิทธิ์ ทำให้มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนมากตกหล่น (Exclusion Error) นอกจากนี้ สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพยังเน้นไปที่การรักษาเมื่อป่วยแล้ว แต่ขาดการสนับสนุนด้าน "การป้องกัน" และ "การฟื้นฟู" ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาวสูงขึ้น

เราจะทำอะไร (What)

พรรคประชาชนเสนอยุทธศาสตร์การจัดสวัสดิการที่ยึดเอา "คนเป็นตัวตั้ง" เพื่อให้ทุกคนมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง ดังนี้: เงินสนับสนุนเด็กเล็กและผู้สูงอายุแบบถ้วนหน้า: เปลี่ยนเบี้ยยังชีพให้เป็น "สวัสดิการพื้นฐาน" ที่มอบให้เด็ก 0-6 ปี และผู้สูงอายุทุกคนอย่างเพียงพอต่อการดำรงชีพพื้นฐาน โดยไม่ต้องผ่านการคัดกรองรายได้ เพื่อลดภาระของวัยแรงงาน ตรวจสุขภาพเชิงรุกฟรีใกล้บ้าน: พัฒนาศูนย์บริการสาธารณสุขชุมชนให้สามารถตรวจคัดกรองโรคไม่ติดต่อ (NCDs) และสุขภาพจิตได้ฟรีทุกปี พร้อมระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพดิจิทัล เพื่อให้การรักษาทำได้รวดเร็วและแม่นยำ กองทุนสวัสดิการแรงงานอิสระ: สร้างระบบประกันสังคมรูปแบบใหม่ที่รัฐร่วมสมทบให้กับกลุ่ม Freelance, ไรเดอร์ และผู้ค้าขายรายย่อย เพื่อให้คนทำงานเหล่านี้เข้าถึงสิทธิการลาป่วย ค่าชดเชยการว่างงาน และเงินบำนาญในอนาคต การมีสวัสดิการที่ดีคือการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน